2005/Aug/19


เพื่อนสาว ใส่แว่น หน้าตาอาจไม่น่ารักทันทีที่เห็น แต่นิสัยน่ารักสุดพรรณนา
เธอบอกฉันก่อนจากกันวันนี้ว่า
"เธอต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับนะ อย่าเล่าให้ใครฟังนะ >.<"
รู้ไหมฉันตอบว่าอะไร...เหอๆ ไม่บอกตอนนี้หรอก

แต่สิ่งที่ฉันคิดตอนได้ยินประโยคที่ว่าให้เก็บเรื่องนั้นเป็นความลับล่ะก็

เหอๆ เก็บให้โง่ดิเรื่องแบบนี้ ;P
เดี๊ยว! เดี๋ยว อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินคน
อย่าคิดว่าฉันเป็นคนเก็บความลับไม่อยู่ เป็นคนปากพล่อย ไว้ใจไม่ได้
อย่า! เพราะปกติไม่ว่าใครก็ใคร มักรู้สึกสบายใจเสมอที่ได้เล่าเรื่องอะไรต่อมิอะไรไม่ว่าจะดีจะร้าย ให้เราฟัง และเราฟังแล้วก็ทิ้งไว้ตรงนั้นแหล่ะ ไม่คิดจะไปสาธยายต่อ ตราบใดที่มันไม่เกิดประโยชน์แก่ใคร หรือแก่คนฟัง ^^ อิอิ ยกเว้นเรื่องต่อไปนี้ โฮ่ๆ

อะไรหนอ ทำให้ฉันเปลี่ยนไป๋

เอาน่ะ ยังไงมันก็เป็นความลับ แต่เล่าความลับเรื่องนี้มันหนุกดีนะ
จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไป
เรื่องมันมีอยู่ว่า..


วันนี้ เป็นวันที่เราและเพื่อนสาวใส่แว่นคนนี้จะไปดูคอนเสริ์ตเปียโนที่น้องชายคนรู้จักผู้เก่งกาจคนหนึ่งเล่น พร้อมในงานจะมีการวาดภาพประกอบการบรรเลงเพลงอีกด้วย ทั้งจากศิลปินแห่งชาติ และจากดาราและนักวาดภาพตาบอด ^^

บรรยากาศของงานหายห่วง ดีมาก พระพี่นางฯ ท่านก็เสด็จ


แต่นอกจากบทเพลง ภาพวาด และบรรยากาศที่น่าจดจำในค่ำวันนี้แล้ว มีอีกเรื่องที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

เมื่อเราสองคนต้องส่งดอกไม้ที่ตั้งอกตั้งใจซื้อมาร่วมแสดงความยินดีกับน้องนักเปียโนคนเก่งตอนพักการแสดงครึ่งเวลา...เราก็ต้องเจอกับใครบางคน..และได้รับรู้กับเรื่องบางเรื่อง ..ที่ทำเอาสาวแว่นของเรา..ต้องบีบคอให้ฉันเก็บเอาไว้เป็นความลับ... ที่ต้องแฉ 555

เรื่องราวที่จะเก็บเป็นความลับของ...มวลมนุษย์ที่มาอ่านบล็อควันนี้ 555

ขอย้อนกลับไป
ตอนก่อนเข้างานแสดง
เราและสาวแว่นผู้น่ารักก็ตัดสินใจไปซื้อดอกไม้กัน
เราเข้าไปคุยในร้านดอกไม้ขนาดเล็กเพียงร้านเดียวที่มีในห้างโรบินสันรัชดา

หลังจากที่สาวแว่นเจ๊าะแจ๊ะกับคนขาย ขอแถมโน่น แถมนี่เสร็จ เราก็ตกลงเลือกสี เลือกดอกไม้
พร้อมสาวแว่นไม่วาย ไม่ยอมให้คนขายจัดดอกไม้เฉยๆ เรายืนกำกับ เผื่อพี่แกจะลดแลกแจกแถมอะไรให้อีก

และแล้ว...ขณะที่เรากำลังตะลึงกับความคล่องแคล่วของพี่คนจัดดอกไม้ รอการจัดช่อดอกไม้อยู่นั้นเองก็มีชายหนุ่ม 2 คนเดินเข้ามาในร้าน
จากหางตาที่เรามองเห็น รู้เลยว่าสองคนนี้หล่อทีเดียว
แต่ตัวเท่ห์ มีสไตล์ พอพวกเขาเดินเข้ามาใกล้เข้า เราก็แหงนหน้าไปดู โอ้..มองตรงๆ ยิ่งดูดี
กิ๊บเก๋เชียวนะทรงผม เอาใจใส่เชียวล่ะ มีการเซ็ตผมปรกๆ คล้ายพวกนักร้องเกาหลี นักร้องญี่ปุ่นไรงั้น
คนหนึ่งขาวๆ ดูตี๋ๆ ใส่ต่างหูด้วย อีกคนหน้าเข้ม เหมือนนักร้องเกาหลีเลย

พอเราและสาวแว่นเห็นเต็มตาดังนั้น เราก็ต่างพยักเพยิดกันใหญ่ พร้อมส่งซิกว่าหนุ่มคนที่สอง(หน้าเข้ม)หล่อ (แต่สเป็คฉันชอบตี๋แบบคนแรกอ่ะ) เสียดายจริงที่พวกนี้ละอ่อนเกิน =_=

และแล้วหนุ่มหล่อสองคนนี้ก็สอบถามราคาดอกไม้ ชี้แบบเดียวกับที่พวกเราเลือกไป รวมทั้งต่อราคาไม่น้อยเหมือนเราสองคนอีกเหมือนกัน

เราก็โพล่งออกไปว่า
"มางานคอนเสริ์ตรึเปล่าคะ"
"ครับ" น้องตี๋ตอบ
"งานเดียวกันรึเปล่าคะเนี่ยะ ฮิๆ" สาวแว่นขำร่วนเชียว อย่าออกนอกหน้ามากนักเซ่
"ก็ต้องงานเดียวกันซิ" เราพูดมั่ง
"แต่วันนี้มีหลายงานนะ" สาวแว่นพูด
"งานเนี้ยะฮะ" ว่าแล้วหนุ่มตี๋ก็ควักบัตรออกมา อ๊ะ แบบเดียวกันเดี๊ยะ
"งานเดียวกันจริงๆ ด้วย" เราสองสาวแทบตอบประสานเสียงกัน อิอิ
"งั้นอย่าให้เหมือนกันดิ๊กนะดอกไม้ เดี๋ยวรู้ว่าร้านเดียวกัน"

พอคุยไปคุยมา ถึงได้รู้ว่ามางานนี้ เพราะน้องนักเปียโนคนเดียวกันซะด้วย
ยังไม่ทันไร น้องหน้าเข้ม ก็ออกไปจากร้าน ปล่อยให้น้องตี๋ยืนอยู่คนเดียว

"อ๋อ เป็นรุ่นพี่น้องนักเปียโนที่โรงเรียนมัธยมเหรอคะ"
"ฮะ "
"งั้นตอนนี้ก็อยู่มหาลัยแล้วสิ"
"ใช่ครับ"
"เรียนที่ไหนล่ะคะ"
"มศว ฮะ"
ดูท่าทางน้องตี๋หล่อเขากระอักกระอ่วนเล็กน้อยตอนเราถามซอกแซ่ก แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกอะไร ถามต่อไปตามประสาคนช่างพูดช่างคุย อัธยาศัย มนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศ
"เหรอ คณะอะไรคะ"
"ศิลปกรรมฮะ"
"อ๋อ งั้นรู้จักน้องแพรไหมคะ"
"อ๋อ แพรที่เล่นเปียโน"
"ใช่ค่ะ"
"รู้จักฮะ"
"น้องก็เล่นเปียโนด้วยเหรอ"
"อ๋อ เปล่าฮะ ผมเอก voice เปียโนเล่นเป็นนิดๆ หน่อยๆ เอง"
"อ๋อ ^^ พวกเราเป็นครูเล่นเปียโนน่ะค่ะ ที่แท้ก็พวกเดียวๆ กัน ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ" สาวแว่นตอบตามประสาสาวน้อยช่างพูดช่างคุย

สักพัก สาวแว่นของเราก็ถามน้องตี๋อีกว่า
"น้องคล้ายๆ พวกดาราญี่ปุ่นเลยนะ"
"เหรอฮะ ^^"
"คล้ายคนไหนล่ะ คนไหน" เราแทรกบ้าง กะว่าจะแซวให้บอกคนหน้าตาตลกๆ ซะหน่อย เราก็ดั้นไม่ค่อยรู้จักดาราญี่ปุ่น รู้จักแต่ดาราเกาหลี

สักพักสาวแว่นของเราก็บอกอยากเข้าห้องน้ำ เราสองคนเลยขอตัวออกมา
และแล้วสาวแว่นกะเราก็รีบดึงเสื้อกัน แล้วลงความเห็นว่า
"น้องผู้ชายหน้าเข้มเป็นดารารึเปล่าวะ ทำไมหน้าคุ้นจังเลย"
"นั่นดิ เหมือนเคยเห็นในทีวี แต่ให้ตายฉันก็ไม่ค่อยรู้จักดาราวัยรุ่นไทยเท่าไรเลยว่ะ"
"เออนั่นดิ แต่หล๊อหล่ออ่ะ"
"นั่นสเป็คเธอเหรอ" ฉันถาม
"แหะๆ ก็นิดนึง ^^"
"นี่เขาเด็กกว่าเธอเยอะนะยะ"
"แต่หล่อนี่นาะ ^^*"

หลังจากนั้น เรากลับมาที่เดิม ก็เห็นช่อดอกไม้ของเรางดงามอลังการณ์ในราคาแสนถูกด้วยเสน่ห์เจ๊าะแจ๊ะของสาวแว่นเรา

สักพักเราก็ลาน้องหนุ่มตี๋ออกมา
"แล้วเจอกันนะคะ" พูดไปงั้นแหล่ะ
"นี่มันก็ใกล้เวลาแสดงแล้ว ดีนะเนี่ยะที่เราไปร้านดอกไม้ก่อน ไม่งั้นยิ่งช้าแน่ๆ น้องหนุ่มสองคนนั่นไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ดอกไม้"

ว่าแล้วพวกเราก็เข้าไปชมการแสดงอันน่าประทับใจ

..
แต่แล้วความประทับใจของแถม ก็ทำให้เกิดความลับของสาวแว่นของเรา ^^

.
.
.
เมื่อถึงเวลาพักครึ่งเวลาการแสดง เราก็ติดต่อหาน้องสาวของนักเปียโนวันนี้เพื่อจะมอบดอกไม้ให้
"พี่ตามหาน้องภูมิ(นักเปียโน)ไม่เจออ่ะค่ะ พอดีพี่มีธุระต้องรีบกลับก่อน ครึ่งหลังคงไม่ได้อยู่ดูน่ะค่ะ"
"อ๋อ พี่เขาอยู่ด้านหน้าน่ะค่ะ ถ่ายรูปกันอยู่ เนี่ยะน้า หนูก็อยากถ่ายรูปกับพี่เป๊ก ยังไม่ได้ถ่ายเลย"
"เป๊กไหนเหรอ?"
"ก็พี่เป๊กที่เป็นนักร้องไงพี่"
"เป๊กไหนอ่ะ" ฉันหันไปถามสาวแว่น
"เป๊ก...เป๊ก...?"
สาวแว่นยังปล่อยความสงสัยคาราคาซังไว้อย่างงั้น ไม่ได้ใส่ใจเท่าไร ยังไม่มีใครจำได้ว่าเป๊กเป็นใคร
แล้วพวกเราสามคนก็รีบวิ่งไปเพื่อจะมอบดอกไม้แสนสวยและถ่ายรูปร่วมกับหนุ่มนักเปียโนคนเก่งของวันนี้

แต่แล้วท่ามกลางฝูงชนคนมากมายนั้น เราก็เห็นน้องชุดขาวหน้าตี๋ปะปนอยู่ด้วย
เราสองคนจึงยิ้มให้ พร้อมมองช่อดอกไม้ของเขา ..เหอๆ ของเราสวยกว่าแฮะ ฮี่ๆ

"ดูสิ ถ่ายรูปกันใหญ่เลย แต่หนูยังไม่ได้ถ่ายรูปกะพี่เป๊กเลย"
"ไหนๆ ไหนเหรอเป๊กที่ว่าเป็นนักร้อง"
"ก็นั่นไงคะ"
เราถึงฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า หรือน้องหน้าเข้มคนนั้น จะเป็นนักร้องอย่างที่คิดจริงๆ
เรารีบมองหาน้องหน้าเข้มกันอย่างขะมักเขม้น ทันที
"ไหนๆ มีแต่น้องตี๋อ่ะ ไหนคะน้องเป๊ก"
"ก็นั่นไงคะ ที่ยืนถ่ายรูปกะพี่ภูมิอ่ะค่ะ"
"หา เสื้อขาวนั่นน่ะนะ O_O"
"ค่ะ"
"หา เอาใหม่สิ คนที่ใส่เสื้อขาว ที่ถือดอกไม้คนนั้นน่ะนะ"
"ใช่ค่ะพี่"
"หา!!!"
แล้วเราสองสาวก็ช็อคซีเนม่า ไอ้คนที่เราทักทายดิบดี ไปทักว่าเขาเหมือนดาราญี่ปุ่นยังงี้
ไปชมว่าเพื่อนเขาเหมือนดาราไปซะนี่ กลายเป็นว่าพวกเราคุยกะน้กร้องคนนี้อยู่ตั้งนาน โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่เลย ทั้งเขาก็บอกแล้วว่าเรียนเอก "voice" =_= เวรกรรม
"พี่ที่จัดดอกไม้ก็ยิ่งกว่า คงไม่รู้จนบัดนี้"
"มันบ่งบอกอะไรได้รู้มะ..วัยไง...เขาคงนึกแล้วว่าป้าๆ พวกนี้ไม่รู้จักมัน"
"จริงเหรอน้องพลอย นั่นเป๊ก ที่เป็นนักร้องจริงๆ น่ะนะ" สาวแว่นถามให้แน่ใจอีกครั้ง
"ก็ใช่สิคะพี่" พอได้ยินดังนั้น สาวแว่นก็รี่ไปอยากขอถ่ายรูปกับเป๊กที่เป็นดาราญี่ปุ่น(ซะเมื่อไหร่)ทันที เมินน้องนักเปียโนไปเรย ^^;;

"นั่นเป็นคนที่พี่ๆ เจอกันที่ร้านดอกไม้ แล้วยังไปบอกว่าเขาหน้าเหมือนดาราญี่ปุ่น แล้วคุยโน่นนี่ไม่ได้รู้เล้ยว่าเป็นนักร้องจริงๆ อ่ะ" ฉันหันไปบอกน้องสาวนักเปียโน
"ถามจริง! อ้าว แล้วอะไรเนี่ยะ พี่โบว์ยังมีหน้าไปยืนข้างๆ เขาอีกเหรอเนี่ยะ ยังคิดจะไปถ่ายรูปกะเขาอีกเหรอเนี่ยะ"
"=_="

และแล้ววันนั้น สาวแว่นของเราก็ได้ถ่ายรูปกะน้องเป๊ก โดยลืมน้องน้กเปียโนไปชั่วขณะ
แล้วก็ได้แต่ทุบตีตัวเอง ที่ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อ ดั้นไม่รู้จักเขา ไปคุยกับเขาดิบดี
ดั้นไปบอกว่าเขาเหมือนนักร้องญี่ปุ่น หมอนั่นมิขำกร๊ากเลยเหรอวะเนี่ยะ แล้วยังมีหน้าไปถ่ายรูปด้วยอีก

เหอๆ

รู้มะ ฉันตอบอะไรสาวแว่น กับคำถามที่ว่าจะให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ
"เธอเก็บไปคนเดียวแล้วกัน จากวินาทีนี้ ฉันจะแฉเรื่องนี้ให้หมด 555555
เรื่องฮาขนาดนี้ จะเก็บไว้รู้กันสองคนทำไม๊ ครั้งหนึ่งในชีวิต เจอนักร้องแล้วไม่รู้
ว่าแต่..เป๊กนี่เป็นนักร้องร้องเพลงอะไรอ่ะ"
"เพลงนี้อ่ะ..ไม่มีใครรู้ว่ารักจะจบลงเช่นไร ไม่มีใครรู้ว่ารักจะจืดจางเมื่อใด๋.."
"หา! ว่าไงนะ เขาเป็นคนร้องเพลงนั้นเหรอเนี่ยะ กรี๊ดดด ทำไมไม่บอกฉันแต่แรก ฉันชอบเพลงนี้มากเลยนะเนี่ยะ โธ่ น้องเป๊ก โธ่ ฉันก็นึกว่านักร้องโนเนมที่ไหน ไปหาเขาใหม่ซิ ฉันยังไม่ได้ถ่ายรูปกับเขาเลยนะ >.< เป๊ก!"

.
.
.
ไม่มีใครรู้ว่าฉันจะเจอะเธอเช่นไร
ไม่มีใครรู้ว่าจะรู้จักเธอได้ไง
อาจจะต้องเจ็บปวด
หรือหน้าแตกมากมาย
ก็อยู่ที่ดวงลิขิตให้มาได้เจอกัน แต่ไม่รู้ ฮู..^^
.
.
.

2005/Aug/10

ฮือๆๆ เศร้าๆๆ อยากร้อง แต่ร้องไม่ออก

2005/Aug/10

คิดถึงเหมียวขาว...

บางที..เฮ่อ..ไม่อยากเขียนเลย
เศร้า TT_TT จริงๆ นะ

สิ่งที่เราเห็นมันจนคุ้นชิน..อาจทำให้เรามองข้าม..และไม่ได้ใส่ใจมันเท่าที่ควร
ตราบจนมันหายหน้าไป..ไม่รู้จะได้เจอกันอีกเมื่อไร..เราถึงได้รู้ซึ้ง..ว่ามันทำส่วนหนึ่งในใจของเราหายวิ่นไปด้วย

ต่อให้ไม่ได้เห็นหน้ามันอีก..แต่มัน..ก็ยังอยู่ในใจเรา..นิรันดร์

เหมียวขาว...คิดถึงนะ